Translate into your language: Please go to the sub-menu at the very bottom.

จุดเกิดทุกข์และจุดดับทุกข์คือจุดเดียวกัน

จุดเกิดทุกข์ และ จุดดับลงของทุกข์ คือ จุดเดียวกัน

จุดเกิดทุกข์และจุดดับทุกข์อยู่ในที่เดียวกัน

1 ) จุดเกิดทุกข์และจุดดับทุกข์แบบกว้างๆคือ นามรูปหรือขันธ์ 5 

2 ) จุดเกิดทุกข์และจุดดับทุกข์แบบแคบเข้ามาคือ ฉฬายตนะหรืออายตนะภายใน 6

3 ) จุดเกิดทุกข์และดับทุกข์แบบใกล้ที่สุดคือ ผัสสะ และ เวทนา

คำว่า ทุกข์ ในที่นี้ขอหมายถึง ทุกข์จรที่เกิดจาก...อวิชชา ตัณหา อุปาทาน...ส่วนทุกข์ประจำทางกาย เช่น การเจ็บป่วยไข้ จะไม่ขอกล่าวถึง เพราะเป็นทุกข์ธรรมชาติที่ทุกๆคนต้องพบอย่างแน่นอนหลีกเลี่ยงไม่ได้และแก้ไขไม่ได้เลย ส่วนทุกข์จรสามารถแก้ไขได้ด้วยกลไกของจิต ถ้าเข้าถึงความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้อง ก็สามารถแก้ปัญหาทุกข์จรได้

ที่มาของทุกข์จร(ทุกข์ที่เกิดขึ้นในจิตใจ)ซึ่งเป็นปัญหาของทุกข์ส่วนใหญ่ในมนุษย์

1. จากความไม่รู้จริงในธรรมชาติ(อวิชชา)

2. จากความอยากแบบไม่มีที่สิ้นสุด(ตัณหา)

3. จากการเข้าไปยึดมั่น ถือมั่น ยึดติด(อุปาทาน)

แล้วจะแก้ปัญหาจากทุกข์ทั้ง 3 กรณีนี้ได้อย่างไร?

คำตอบแบบคำเดียวก็คือ การใช้วิชชา(ปัญญา)เท่านั้น คำเดียว สิ่งเดียว จบในจุดเดียว แต่รายละเอียดปลีกย่อยจะมีมากกว่านี้ การที่จะใช้ วิชชาหรือปัญญานี้ได้ ต้องผ่านการฝึกฝนมากพอสมควร จะไม่สามารถใช้ปัญญาแบบทั่วๆไปในการดับทุกข์ได้ เพราะทุกข์ที่มาจาก..อวิชชา ตัณหา อุปาทาน(กิเลส)มันมีพลังมากมันถึงคงทนทำให้มนุษย์ตกเป็นเหยื่อและเป็นทาสของมันแบบไม่มีที่สิ้นสุด(ยกเว้นพระอรหันต์) ทำลายไม่ได้ง่ายๆ ต้องมีอินทรีย์แก่กล้าจริงๆจึงสามารถถอนรากถอนโคนของมันได้ จึงเป็นที่มาของผู้ที่ดับทุกข์ได้จริงๆนั้นมีน้อยมากๆ ประเภทดับทุกข์ได้แบบถาวร(พระอรหันต์)ยิ่งหายากมากๆในปัจจุบัน ส่วนใหญ่จะเป็นประเภทดับทุกข์(ดับกิเลส)ได้แบบชั่วคราวในปัจจุบันขณะเท่านั้น ที่นี่..จะแนะนำให้ท่านดับกิเลส(ดับทุกข์)ในปัจจุบันขณะจิตเดียวเท่านั้น เพื่อแก้ปัญหาต่างๆในการดำเนินชีวิตประจำวัน ไม่ได้ให้ท่านหวังบรรลุมรรคผลหรือนิพพานใดๆ(ยกเว้นบารมีของท่านถึงจริงๆ)ทำปัจจุบันให้เห็นเป็นรูปธรรมที่สามารถพิสูจน์ได้จริง รู้จริง เห็นจริง กิเลสดับได้จริง ทุกข์ดับได้จริงในปัจจุบันขณะจิต ทำเพียงเท่านี้ก่อน

  อย่างที่กล่าวมาแล้วว่า ตัวที่ทำให้เกิดทุกข์ขึ้นในจิตใจของมนุษย์ก็คือ กิเลส ทั้งกิเลสอวิชชา กิเลสตัณหา กิเลสอุปาทาน ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นกิเลสทั้งหมด และมีการแตกหน่อเป็นกิเลสน้อยใหญ่อีกมากมาย โลภะ โทสะ โมหะ(อกุศลมูล 3 ) ก็มาจากกิเลสอวิชชาซึ่งเป็นรากเหง้า(รากแก้ว)ของกิเลสน้อยใหญ่ทั้งปวง ท่านเคยเห็นไหมมีนักปฏิบัติธรรมจำนวนมาก ปฏิบัติมานานแต่ก็ยังไม่สามารถดับกิเลสหรือดับทุกข์ได้แม้แต่นิดเดียว ในทางตรงกันข้ามกิเลสกลับเพิ่มขึ้น ซึ่งเปรียบเสมือนการเดินอ้อมโลกหรือพายเรือวนอยู่ในอ่างไปไม่ถึงไหน บางท่านท้อแท้และท้อถอยไม่อยากจะปฏิบัติแล้ว ปัญหาทั้งหมดทั้งมวลนี้เกิดขึ้นมาจาก...ความไม่รู้และความไม่เข้าใจในธรรมและวิธีการปฏิบัติเท่านั้น เหมือนกรณีเกาไม่ถูกที่คัน อาการคันมันก็ไม่หมดไป ที่นี่เราเน้นยิงตรง(เกาให้ถูกที่คัน)ไม่ต้องอ้อมโลก ไม่ต้องพายเรือวนอยู่ในอ่างอีกต่อไปมันเสียเวลา เน้นเอาความจริงมาตีแผ่ให้ท่านดูที่สามารถพิสูจน์ได้ในทุกๆที่และทุกๆเวลา ธรรมะของพระพุทธเจ้าสามารถพิสูจน์ได้ในทุกๆที่และทุกๆเวลา(อกาลิโก)และรู้ได้ด้วยตนเองเท่านั้น(ปัจจัตตัง)

 

(((  รออัพเดทเร็วๆนี้ )))

 

 

 

 

Visitors: 14,290