มาดูกรงขังมนุษย์แต่ละรูปแบบและวิธีออกจากรงขังด้วยปัญญา(วิชชา)

กรงขังมนุษย์แต่ละแบบที่ขังมนุษย์ไว้ตลอดกาลข้ามภพข้ามชาติ
วิธีออกจากกรงขังด้วย...วิชชา(ปัญญา)...ทำอย่างไร
มาร่วมมือกันทลายกรงขังที่ชื่อ...อวิชชา.....กันเถอะ
ตีแผ่ "กรงขังมนุษย์":
ถอดรหัสอวิชชาและกลไกการทำลายด้วยแก่นอริยมรรค ที่นี่และเดี๋ยวนี้
"เราไม่ได้กำลังไขว่คว้าหา 'อิสรภาพ' แต่เรากำลังวิ่งวุ่นหาอาหารมาป้อน 'ผู้สร้างกรง'คือ อวิชชา อยู่ทุกวันโดยไม่รู้ตัว"
ถ้าการมีเงินมากมาย มีลาภ ยศ ได้เสพกามคุณคืออิสระ แต่แท้จริงแล้วมันคือการยอมตกเป็นทาสของตัณหาแบบข้ามภพข้ามชาติไปตลอดกาล ตราบใดที่ไม่มีสติและปัญญานำทาง
"ความคิดและอารมณ์ไม่เคยขังใคร มีแต่ความหลงผิดจากอวิชชาที่คิดว่า 'อารมณ์คือเรา'และ ความคิดคือเรา เท่านั้น ที่สร้างกรงขึ้นมาขังตัวเอง"
การไปยึดมั่น ถือมั่น ยึดติดในสมมติรูปและสมมตินามคือ กรงขังมนุษย์ดีๆนี่เอง
ความหมายของ "กรงขัง"
คำว่า "กรงขัง" ในทางธรรมะ ไม่ใช่กรงเหล็กหรือลูกกรงที่ขังร่างกายไว้ภายนอก แต่หมายถึง "สภาวะที่จิตถูกกิเลสและอวิชชาครอบงำ ยึดติด และจำกัดอิสรภาพของจิตใจ"( จิตตกเป็นทาสของอวิชชา )
มนุษย์ส่วนใหญ่มักเข้าใจว่าการได้ทำตามความอยาก(ตัณหา) ได้เสพ ได้คิด ได้เลือก คือ "อิสรภาพ" แต่ในความเป็นจริง หากมองผ่านสายตาแห่งความจริง (ปัญญา) ตราบใดที่จิตยังถูกบังคับให้ดิ้นรน วุ่นวาย และเสพติดอยู่ใต้คำสั่งของกิเลสอวิชชา ตราบนั้นมนุษย์ก็เป็นเพียงนักโทษที่ถูกกักขังอยู่ในกรงแห่งสังสราวัฏโดยไม่รู้ตัว
กรงขัง (กิเลส) มีกี่รูปแบบ?
เมื่อเจาะลึกตามระดับความประณีตของกิเลส ที่เป้นกรงขังมนุษย์แบ่งออกเป็น 3 รูปแบบหลัก ได้แก่:
1. กรงขังอย่างหยาบ (วีติกกมกิเลส): กรงขังทางกายและวาจา เกิดจากความโลภ โกรธ หลง(อกุศลมูล) ที่ทะลักออกมาเป็นพฤติกรรม เช่น การละเมิดศีล การติดในกามคุณ วัตถุสิ่งของ และพฤติกรรมเสพติด
2. กรงขังอย่างกลาง (ปริยุตฐานกิเลส): กรงขังทางใจและมโนผัสสะ เกิดจากนิวรณ์ 5 และสังขารความปรุงแต่ง(อปุญญาภิสังขาร) แม้นั่งอยู่นิ่งๆ แต่ใจกลับถูกขังไว้ด้วยความฟุ้งซ่าน ความเร่าร้อน และอารมณ์ยินดียินร้าย
3. กรงขังอย่างละเอียด หรือ "กรงขังทองคำ" (อนุสยกิเลส): กรงขังที่ประณีตที่สุด ประดับประดาด้วยความดี ความสงบ ความว่าง ในสมาธิ หรือสภาวะ "ผู้รู้" มนุษย์ในกรงนี้มักไม่รู้ตัวว่าถูกขัง เพราะติดใจในความสุขสงบ และหลงยึดถือว่าจิตหรือผู้รู้คือตัวตน( หลงใน รูปฌาณและอรูปฌาณ )
กรงขัง ขังมนุษย์แบบข้ามภพข้ามชาติอย่างไร?
กรงขังนี้ไม่ได้ขังเราแค่ในชาตินี้ แต่ขังวนเวียนไปในสังสารวัฏผ่าน วงจรอวิชชาและปฏิจจสมุปบาท:
อวิชชา (ความหลงผิดไม่รู้จริง) => สังขาร => วิญญาณ => นามรูป => สฬายตนะ => ผัสสะ => เวทนา => นันทิราคะ => ตัณหา => อุปาทาน => ภพ => ชาติ => ชรามรณะ.....(กองทุกข์ทั้งปวง)
เมื่อมีผัสสะมากระทบ จิตรู้ไม่เท่าทัน(จิตที่มีอวิชชาครอบงำ) เกิดความเพลิดเพลิน (นันทิราคะ) และความอยาก (ตัณหา) จิตจึงเข้าไปยึดถือ (อุปาทาน) ในอารมณ์และสมมติต่างๆ สั่งสมเป็น อนุสัย (กิเลสที่หมักหมมในขัณฑสันดาน) กลายเป็นเชื้อแห่งการเกิดภพและชาติใหม่ กรงขังนี้จึงส่งต่อและผูกมัดจิตวิญญาณให้เวียนว่ายตายเกิดข้ามภพข้ามชาติอย่างไม่รู้จบสิ้น
ที่มาของกรงขังนี้ (เหตุปัจจัยการเกิดกรงขัง)
ตัวต้นเรื่องหรือนายช่างผู้สร้างกรงขังที่แท้จริงคือ "อวิชชา" (อวิชชาสวะ) ความไม่รู้แจ้งตามความเป็นจริงว่า ทุกธรรมรวมถึงจิตล้วนเป็นอนัตตา
กระบวนการก่อสร้างกรง: เริ่มต้นจาก อวิชชา => ส่งผลให้เกิด นันทิราคะ (ความเพลิดเพลินยินดีในเวทนา) => ก่อตัวเป็น ตัณหา (ความอยากได้/อยากผลักไส) => เกิด อุปาทาน (ความยึดมั่นถือมั่นว่ามีตัวเรา-ของเรา) => แสดงผลออกมาเป็นกิเลสน้อยใหญ่ทั้ง 3 ระดับดังกล่าวมาแล้ว
จะออกจากกรงขังแต่ละรูปแบบได้อย่างไร?
การจะเลาะหรือถอดซี่กรงแต่ละชั้นออกให้หมด ต้องใช้อาวุธทางธรรมที่ตรงกับระดับของกรงขังนั้นๆ:
ออกจากกรงขังอย่างหยาบ: ด้วย ศีล (การควบคุมกายและวาจา) และการเห็นโทษของอามิสสุขชั่วคราว
ออกจากกรงขังอย่างกลาง: ด้วย การเจริญสติและสมาธิ ละนันทิในเวทนา รู้เท่าทันมโนผัสสะ ไม่ตกเป็นทาสของความคิดปรุงแต่ง ออกจากนิวรณ์ได้
ออกจากกรงขังทองคำ: ด้วย ปัญญาญาณ (โยนิโสมนสิการ) ตีแผ่สมมติทั้งรูปและนามให้เห็นความจริงทั้งหมด เลิกสำคัญมั่นหมายในตนเอง เลิกยึดถือความสงบ ความว่าง หรือแม้กระทั่ง "จิต/ผู้รู้" ว่าเป็นตัวตน เพราะทั้งหมดเป็น..อนัตตา...
แก่นมรรค (สติ สมาธิ ปัญญา) ทำลายกรงขังแต่ละรูปแบบอย่างไร?
แก่นแห่งอริยมรรคทำหน้าที่เป็นเครื่องมือตัดโครงสร้างของกรงขังอย่างเป็นระบบ ดังนี้:
1. สติ ทำลายกรงขังอย่างไร?
สติ (สัมมาสติ) ทำหน้าที่เป็น "ผู้เฝ้าระวังและตัดวงจรผัสสะ"(เปลี่ยนหรือย้ายผัสสะ)
สติทำลายกรงขังด้วยการเข้าไประลึกรู้เท่าทัน มโนผัสสะ และ เวทนา ในขณะปัจจุบัน
เมื่อผัสสะกระทบ สติจะทำหน้าที่สกัดไม่ให้จิตไหลไปสู่ นันทิราคะ (ความเพลิดเพลิน) ด้วยการดึงจิตกลับไปที่ฐานกายที่ปลอดภัยมากที่สุด ทำให้วงจรการสร้างตัณหาและอุปาทานถูกตัดขาดลงทันทีตั้งแต่ต้นสาย
2. สมาธิ ทำลายกรงขังอย่างไร?
สมาธิ (สัมมาสมาธิ) ทำหน้าที่เป็น "ฐานกำลังและความเป็นกลาง"
สมาธิทำลายกรงขังด้วยการสยบ นิวรณ์ 5 ทำให้จิตตั้งมั่น สงบ และไม่กวัดแกว่งไปตามอารมณ์ยินดียินร้าย
สมาธิไม่ได้มีไว้เพื่อให้หลงซุกตัวอยู่ในความสงบ (อันจะกลายเป็นกรงขังทองคำ) แต่เป็นพลังอันบริสุทธิ์ที่ทำให้จิตทรงตัวเป็นกลาง พร้อมที่จะให้ปัญญาเข้ามาทำงานได้อย่างทรงพลัง
3. ปัญญา ทำลายกรงขังอย่างไร?
ปัญญา (สัมมาทิฏฐิ / โยนิโสมนสิการ) ทำหน้าที่เป็น "ผู้พังทลายโครงสร้างและถอนรากอวิชชา"
ปัญญาทำลายกรงขังด้วยการ "ตีแผ่สมมติ" คลายความยึดถือในทุกสภาวะธรรม
ปัญญาจะเจาะทะลุเข้าไปเห็นความจริงว่า สภาวะสงบก็เป็นธรรมชนิดหนึ่ง ความว่างก็เป็นธรรมชนิดหนึ่ง แม้แต่จิตหรือผู้รู้ก็เป็นเพียงธรรมอีกธรรมหนึ่งที่ทำกิจตามธรรมชาติ เกิด-ดับ และเป็นอนัตตา เมื่อปัญญาเห็นแจ้งเช่นนี้ อวิชชาและอัสสิมิมานะ (ความถือตัวตน) จึงถูกทำลายลงอย่างสิ้นเชิง
สรุปการทำลายกรงขัง
การทำลายกรงขังมนุษย์ ไม่ใช่การพยายามดิ้นรนทำลายโลกภายนอก หรือการเรียกร้องหาอิสรภาพจากสิ่งอื่น แต่คือการ "กลับมารู้เท่าทันกลไกภายในของจิตตนเอง"ด้วย แก่นมรรค( สติ สมาธิ ปัญญา )
เมื่อเราใช้ แก่นมรรค (สติ สมาธิ ปัญญา) ทำงานร่วมกันอย่างสมบูรณ์:
1. สติ รู้เท่าทันผัสสะ ละนันทิ ใน เวทนา
2. สมาธิ ตั้งมั่น เป็นกลาง ไม่แปรปรวน
3. ปัญญา เห็นแจ้งว่า ทุกธรรมทำกิจของมันเอง และธรรมทั้งปวงรวมถึงจิตเป็นอนัตตา
เมื่อนั้น อวิชชาสวะ ผู้สร้างเรือนจำกรงขังจะถูกถอนรากถอนโคน ซี่กรงขังทั้ง 3 ชั้น—ไม่ว่าจะเป็นกรงเหล็กอันเร่าร้อน หรือกรงขังทองคำอันประณีต—จะพังพินาศลงพร้อมกัน จิตจะคืนสู่สภาวะธรรมชาติอันบริสุทธิ์ หลุดพ้นจากสังสารวัฏฏ์ และสัมผัสกับ "อิสรภาพที่แท้จริง" อย่างแท้จริง
"เรือนจำทางกาย อาจมีวันได้รับการอภัยโทษ... แต่เรือนจำแห่งอวิชชา หากไม่ใช้แก่นมรรคทลายมันลงด้วยตนเอง เราจะต้องติดคุกแห่งสังสารวัฏฏ์นี้ไปตลอดกาล"
ลิ้งค์ด้านล่างนี้ ล้วนบ่มเพาะสติ สมาธิ ปัญญา ทั้งสิ้น
[ การปรุงแต่งกุศลเจตสิกเพื่อดับทุกข์ ดูที่นี่..]
[ สัมมาทิฏฐิคืออะไร? มิจฉาทิฏฐิคืออะไร? ดูที่นี่.]
[ ตีแผ่สมมติ และ อัตตา กดดูที่นี่... ]
((เหตุปัจจัยของการเกิดและดับของทุกข์))
(( นันทิ สะพานเชื่อม ทุกข์ กดดูที่นี่...))
(( สติ ตัดวงจรกิเลสอย่างไร? กดดูที่นี่....))
(( แก่นมรรคตีแผ่กิเลสทั้งปวง กดดูที่นี่...))
(( เห็นธรรม เห็นทุกข์ กดดูที่นี่..))
(( อริยสัจ 4 กดดูที่นี่....))
(( ตีแผ่ขันธ์ 5 กดดูที่นี่..))
(( สติปัฏฐาน 4 กดดูที่นี่... ))
(( รู้จัก สัมมาทิฏฐิ และ มิจฉาทิฏฐิ กดดูที่นี่...))
(( วิธีการฝึก สติ สมาธิ ปัญญาหรือวิธีสร้างแก่นมรรค กดดูที่นี่...))
[ ตีแผ่อนัตตาคืออะไร??? ]
[ ตีแผ่อัตตาคืออะไร??? ]
[ อัตตา อุปาทาน อนัตตา กดดูที่นี่... ]
(( เห็นทุกข์ เห็นธรรม เห็นปัญหา เห็นปัญญา ))
(( เหตุปัจจัย และ การสร้างเหตุปัจจัย ))
(( วิธีการละนันทิด้วยแก่นมรรค ))
((ทุกข์คืออะไร? ทุกข์มาจากไหน? ดับทุกข์ทำอย่างไร?))
(( วิชชาคืออะไร? อวิชชาคืออะไร? กดดูที่นี่..))
(( การใช้แก่นมรรคดับ..โลภ โกรธ หลง(อกุศลมูล) กดดูที่นี่...))
((( อยู่อย่างผู้มี..วิชชา(ปัญญา) กดดูที่นี่..)))
(( อกุศลธธรมหรืออกุศลเจตสิกที่ทำให้เป็นทุกข์ กดดูที่นี่..))
(( กุศลธรรมที่ใช้ในการดับทุกข์ กดดูที่นี่...))
(( ตีแผ่สมมติและอัตตา ตัวที่ทำให้เกิดทุกข์ กดดูที่นี่..))
Translate: Please go to the sub-menu on your left.
翻译:请前往您左侧的子菜单。