เชื้อโรคอวิชชาที่มนุษย์ทุกๆคนเป็นโรคนี้มาโดยกำเนิดแบบข้มภพข้ามชาติ

อวิชชาคือเชื้อโรคร้ายที่อันตรายมากที่สุดของมนุษย์ทุกๆคนในโลกนี้
อวิชชา คือ ธรรมที่สร้างปัญหาให้กับมนุษย์และสรรพสัตว์ทั้งปวง
อวิชชา คือ ธรรมที่ควรละ(ทันที)
เชื้อโรคอวิชชานี้มันแฝงตัวอยู่ในจิตของมนุษย์ทุกๆคนในโลกนี้ บรรดากิเลสน้อยใหญ่ทั้งหลายทั้งปวง ล้วนมีต้นกำเนิดจากเชื้ออวิชชาทั้งสิ้น ถึงจะจบดอกเตอร์เป็น 10 ใบปริญญาบัตรก็หนีไม่พ้นเชื้ออวิชชาทำร้ายจิตอยู่ตลอดเวลา ความโลภ ความโกรธ ความหลง ยังคงเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลาในชีวิตประจำวัน นอกจากคุณจะดับอวิชชานี้ได้เท่านั้น จึงจะรอดจากเชื้อร้ายนี้
อวิชชา คือ เชื้อโรคร้ายที่ต้องทำลายและกำจัดออกไปจากจิต
เพียงสร้าง วิชชา(ปัญญา)ให้เกิดขึ้นในจิต อวิชชาก็จะดับลง
“คุณกำลังรักษา ‘โรคจิตตก’ หรือกำลัง ‘เติมเชื้อโรคร้าย’ โดยไม่รู้ตัว?”
มนุษย์ 99% ในโลกรวมถึงผู้ปฏิบัติธรรมจำนวนมากกำลังถูกหลอกให้ “เอาอวิชชาไปกวาดบ้านอวิชชา” ยิ่งพยายามดับความเครียด ยิ่งเครียด ยิ่งพยายามละกิเลส ตัวตนยิ่งหนามากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งนั่งสมาธิหาความสงบ ยิ่งสร้าง “ผู้รู้” ขึ้นมาบดบังตาจนมองไม่เห็นสัจธรรม!
ส่วนหนึ่งของกิเลสที่เกิดขึ้นกับมนุษย์ส่วนใหญ่
ความเครียด ความวิตกกังวล ความซึมเศร้า ความฟุ้งซ่าน ความทุกข์ใจ ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ เป็นกิเลสทั้งหมดทั้งสิ้น และมีเชื้อโรคร้ายอวิชชาเป็นองค์ประกอบทั้งสิ้น มนุษย์ส่วนใหญ่จึงตกอยู่ในบ่วงของอวิชชา เป็นเหยื่อและเป็นทาสของอวิชชาอย่างต่อเนื่อง แบบข้ามภพข้ามชาติไม่มีที่สิ้นสุด
ความจริงอันน่าตกใจของเชื้อโรคอวิชชาที่แพร่กระจายคือ:
โรควิตกกังวล-โรคซึมเศร้า-โรคนอนไม่หลับ ไม่ใช่โรคทางกาย แต่คือ “แผลเหวอะหวะ” ที่เกิดจาก เชื้อโรคอวิชชา แฝงตัวในมโนผัสสะ
การกระทำและคำพูดร้ายๆ ที่ทำลายชีวิตตนเองและคนรอบข้าง ล้วนมาจากกระแสจิตที่ติดเชื้ออวิชชาจนบิดเบือนสัจธรรม
เส้นผมบังภูเขาที่เนียนที่สุด คือความรู้สึกว่า “มีเรา เป็นเรา” (อัสมิมานะ) แอบสวมรอยอยู่ในทุกๆ การกระทำ แม้กระทั่งในขณะที่คุณคิดว่าตัวเองกำลัง “ปฏิบัติธรรม”
หมอที่เก่งที่สุดในโลกอย่างพระพุทธเจ้า วาง “ยาขนานเอก” ไว้ให้ตรงหน้าเกิน 2,500 ปี... แต่ทำไมคุณถึงยังทนดักดานป่วยอยู่กับความทุกข์ซ้ำๆ?
หยุดเอาตัวตนไปวิ่งไล่แก้ที่ปลายเหตุ! หากคุณพร้อมจะกระชากหน้ากากเชื้อโรคร้ายที่ซ่อนอยู่ในใจ และเปิดตาดู “กลไกยารักษา” ที่ดับทุกข์ได้จริงตรงหน้าผัสสะ
บทความนี้อาจจะเปลี่ยนชีวิตและวิธีคิดของคุณทันที
มนุษย์ทุกๆคนที่เกิดมาบนโลกใบนี้ ล้วนมีโรคอวิชชาติดตัวกันมาทุกๆคน และจะติดตัวอย่างนี้ไปตลอดแบบข้ามภพข้ามชาติหมุนเวียนซ้ำซากไปแบบไม่มีที่สิ้นสุด ตราบใดที่ยังดับโรคอวิชชานี้ไม่ได้ โรคอวิชชาอันตรายมากกว่าโรคทุกๆชนิดในมนุษย์ โรคอวิชชารักษาได้หรือไม่ คำตอบคือได้ พระพุทธเจ้าและเหล่าสาวกพระอรหันต์ท่านผ่านการรักษามาเรียบร้อยแล้ว และได้เขียนตำราวิธีรักษาไว้ในพระไตรปิฎกเรียบร้อยแล้ว เพียงแต่ใครคิดจะรักษาโรคอวิชชาหรือไม่เท่านั้น ผู้ที่อยากจะทุกข์ซ้ำซากเวียนว่ายตายเกิดซ้ำซากก็จะไม่คิดจะรักษาใดๆทั้งสิ้น แต่สำหรับผู้ที่ตื่นรู้ไม่อยากจะทุกข์แล้วทุกข์อีกแบบข้ามภพข้ามชาติและไม่มีที่สิ้นสุดก็จะทำการรักษาตามที่พระพุทธเจ้าท่านสอนไว้ในตำราพระไตรปิฎก มนุษย์ผู้ที่ฉลาดจะเลือกวิธีรักษาโรคอวิชชาด้วยการตัดสินใจของตนเอง เพราะเขาเห็นการเกิดก็เป็นทุกข์ การแก่ก็เป็นทุกข์ การเจ็บป่วยก็เป็นทุกข์ การพลัดพราก การไม่สมหวังก็เป็นทุกข์
เจาะลึก “เชื้อโรคอวิชชา” ต้นตอแห่งความทุกข์ในมนุษย์ทุกๆคน
มนุษย์เราจำนวนมากกำลังเผชิญหน้ากับโรควิตกกังวล โรคซึมเศร้า โรคเครียด โรคนอนไม่หลับ ตลอดจนปัญหาความสัมพันธ์และทุจริตต่างๆ ในสังคม โดยหารู้ไม่ว่า ความเจ็บปวดและกิเลสน้อยใหญ่เหล่านั้น ไม่ได้เกิดขึ้นมาลอยๆ แต่มีต้นตอหลักมาจากสิ่งเดียวกัน นั่นคือ "เชื้อโรคอวิชชา"( ความไม่รู้จริงในวิชชา )มันก่อโรคมากมายตามที่กล่าวมาข้างต้น
เชื้อโรคอวิชชาคืออะไร? และทำงานอย่างไร?
อวิชชา คือความไม่รู้ตามความเป็นจริงของธรรมชาติ เชื้อโรคชนิดนี้ทำหน้าที่อย่างคมคายและแฝงตัวอยู่อย่างกลมกลืนที่สุดในระบบจิตใจของมนุษย์ทุกๆคน มันจะทำให้จิตมองไม่เห็นความเป็นจริงของธรรมชาติต่างๆ :
อวิชชาแฝงตัวในทุกๆผัสสะ โดยเฉพาะในมโนผัสสะ :
มันเข้าบิดเบือนการรับรู้ ทำให้จิตเห็นว่าธรรมทั้งหลายเป็น "ตัวเรา-ของเรา"
เจริญเติบโตด้วย นันทิ เมื่อเกิดผัสสะและเวทนา :
เชื้อโรคอวิชชานี้ขยายพันธุ์ด้วยความเพลิดเพลิน (นันทิ) ในเวทนา ยิ่งจิตเข้าไปปรุงแต่ง ยิ่งทำให้เชื้อฝังรากลึกและกลายพันธุ์(กิเลสน้อยใหญ่)ไปเรื่อยๆ
กลายพันธุ์เป็นโรคทางใจและทุจริต 3 :
เมื่อยึดถือในอนาคตที่ควบคุมไม่ได้ จึงกลายเป็น โรควิตกกังวลและโรคเครียด เมื่อจมแช่อยู่กับเวทนาลบในอดีต จึงกลายเป็น โรคซึมเศร้า
เมื่อยึดติดในความคิดที่ไม่ยอมปล่อยวาง จึงกลายเป็น โรคนอนไม่หลับ
เมื่อเชื้อโรคลุกลามจากมโนผัสสะ ย่อมสั่งการให้เกิด มโนทุจริต วจีทุจริต และกายทุจริต สร้างความเบียดเบียนทั้งแก่ตนเองและผู้อื่นติดตามมา
จุดที่เนียนที่สุด : "อัสมิมานะ" (เส้นผมบังภูเขา) สิ่งที่ทำให้เชื้อโรคร้ายอวิชชาทำลายยากที่สุด คือการที่มันสร้างทิฏฐิผิดๆและ"อัสมิมานะ" หรือความสำคัญมั่นหมายว่า “มีเรา-เป็นเรา” แฝงอยู่ในจิตตลอดเวลา แม้กระทั่งในผู้ปฏิบัติธรรม มันก็หลอกให้สร้าง "ตัวเราผู้ไปปฏิบัติ" หรือ "ตัวเราผู้เจริญสติ" เข้าไปควบคุม ซึ่งเป็นการเอาอวิชชาไปกวาดบ้านอวิชชา มนุษย์จึงทนจมอยู่กับเชื้อโรคนี้เพราะคิดว่าตนเองเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับมัน(ยอมตกเป็นเหยื่อและเป็นทาสของอวิชชา)
อริยมรรคมีองค์ 8 ก็คือ วิชชา(ปัญญา) เมื่อปัญญาหรือวิชชาเกิดขึ้นในจิต อวิชชาก็จะดับลง เพราะทั้งสองธรรมนี้เข้ากันไม่ได้ เป็นธรรมที่ต่างขั้วกัน เหมือนกรณีความมืด(อวิชชา)กับความสว่าง(ปัญญา)จะเข้ากันไม่ได้ ถ้าความสว่างเกิดขึ้น ณ ที่ใด ความมืดย่อมดับไป ณ ที่นั้นทันที
ยารักษาโรคอวิชชา (อริยมรรค) พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงวางตำรายาและประทาน "ยาขนานเอก" ไว้ให้แก่มวลมนุษยชาติแล้วอย่างสมบูรณ์แบบ:
ยารักษาการแพร่เชื้อภายนอก: สัมมากัมมันตะ สัมมาอาชีวะ (รักษากายทุจริต) และสัมมาวาจา (รักษาวจีทุจริต)
ยารักษาต้นทางความคิด : สัมมาทิฏฐิ และสัมมาสังกัปปะ (รักษามโนทุจริต)
ยารวมสรรพคุณ (มรรคสมังคี) : คือการประชุมรวมกันของ สติ-สมาธิ-ปัญญา (โยนิโสมนสิการ) ที่ทำงานพร้อมกันตรงจุด "ผัสสะ"
กลไกการทำงานของยารักษาตรงผัสสะ เมื่อมรรคสมังคีเกิดขึ้นตรงผัสสะ กลไกการรักษาจะทำงานทันที:
1. สติในผัสสะ : ดักจับ ไม่ให้เชื้ออวิชชาที่ผัสสะหลุดรอดไปเป็นการปรุงแต่ง
2. สมาธิตั้งมั่น : เป็นฐานนิ่ง ไม่ให้จิตแกว่งไกวไปตามแรงดึงดูดของเวทนา
3. โยนิโสมนสิการ : ส่องให้เห็นแจ้งว่า “ธรรมทั้งหลายทำกิจของตนเอง เป็นอนัตตา ไม่ใช่ตัวเรา-ของเรา”
เมื่อ สัมมาทิฏฐิ(วิชชา) ทำงาน โมหเจตสิก (ตัวเชื้อโรค) จะถูกสลายไป นันทิราคะไม่สามารถก่อตัวเป็นตัณหาและอุปาทานได้ วงจรแห่งความทุกข์จึงถูกตัดขาดลงตรงที่จุดผัสสะนั้นเอง
การนำแก่นมรรค( สติ สมาธิ ปัญญา )มารักษาเชื้อโรคอวิชชา
การนำแก่นมรรคมาทำการรักษาโรคอวิชชา จำเป็นต้องมีศีลที่บริบูรณ์เป็นบาทฐานก่อนเป็นอันดับแรก การเจริญ สติ สมาธิ ปัญญา(แก่นมรรค)จะทำได้ดียิ่งขึ้น ทุกๆคนล้วนมี สติ สมาธิ ปัญญา อยู่ในตัวเองกันทุกๆคน เพียงแต่เป็น สติ สมาธิ ปัญญา ระดับพื้นๆธรรมดาๆเท่านั้นเอง ไม่สามารถนำมารักษาเชื้อโรคร้ายอย่างอวิชชาได้ จะต้องทำการฝึกฝน สติ สมาธิ ปัญญา(แก่นมรรค)อย่างเข้มข้นและต่อเนื่องสม่ำเสมอจนแก่นมรรคกล้าแกร่งจึงจะนำไปใช้ในการรักษาโรคอวิชชาได้ในปัจจุบันขณะจิต ในการนำแก่นมรรค(สติ สมาธิ ปัญญา)ไปใช้รักษาโรคอวิชชานั้น จะเน้นในปัจจุบันขณะเป็นหลัก ท่านจะต้องมี สติ สมาธิ ปัญญา ในทุกขณะจิต(เจริญแก่นมรรคในทุกขณะจิต)จึงจะสามารถเอาชนะและกำจัดอวิชชาในปัจจุบันขณะจิตได้ สำหรับการฝึกแก่นมรรคได้วางไว้แล้วในเว็บไซต์นี้(ดูจากลิ้งค์ด้านล่าง) การนำมรรคสมังคีไปใช้ก็ได้นำเสนอไว้เรียบร้อยแล้ว
มนุษย์ส่วนใหญ่(มากกว่า 90%)ยินดีที่จะให้อวิชชา(ความโง่ไม่รู้แจ้งด้วยวิชชา)ครอบครองและครอบงำจิตอย่างต่อเนื่อง จึงต้องรับใช้อวิชชาด้วยความทุกข์ทรมานจิตใจ วิ่งไล่ล่าความความอยาก(ตัณหา)ในรูแบบต่างๆที่อวิชชาสร้างขึ้นมาให้ไล่ตามด้วยความเหน็ดเหนื่อยและทนทุกข์ทรมาน แต่ในท้ายที่สุดมนุษย์ก็ไม่สามารถเอาสิ่งใดไปได้แม้แต่นิดเดียว ไม่มีใครแบกบ้านหลังหรูและรถคันงาม เงินทองกองโตไปได้แม้แต่คนเดียว แล้วเราจะวิ่งตามอวิชชาไปทำไม? และจะวิ่งตามมันไปถึงไหน? ลองพิจารณาดูครับ ถามใจท่านเอง.....
ละอวิชชา ด้วยการสร้าง วิชชา(ปัญญา)ขึ้นมาแทนที่
จงเจริญแก่นมรรค(วิชชา)ในทุกขณะจิต อวิชชาจะดับลงทันที
ลิ้งค์ที่น่าสนใจกดดูอ่านได้เลย
(( ธรรมคู่ปรับ / ธรรมปฏิปักษ์ กดดูที่นี่...))
(( ดูการดับกิเลส/ดูการดับทุกข์ กดดูที่นี่... ))
(( ความเข้าใจเกี่ยวกับการดับกิเลสหรือดับทุกข์ ))
(( ทางตรงดับอวิชชาเชื้อโรคร้ายของมนุษย์ ))
(( ความลับดับทุกข์ในขณะจิตเดียว ))
(( มรรคสมังคีมีความสำคัญอย่างไร??? ))
(( ความรู้และความเข้าใจในแก่นมรรค ))
(( วิชชา ดับกิเลสอวิชชาได้อย่างไร? ))
(( วิชชา ดับกิเลสอวิชชาในปัจจุบันขณะจิต))
(( วิธีฝึกวิชชาแก่นมรรค(สติ สมาธิ ปัญญา ))
[ การปรุงแต่งกุศลเจตสิกเพื่อดับทุกข์ ดูที่นี่..]
[ สัมมาทิฏฐิคืออะไร? มิจฉาทิฏฐิคืออะไร? ดูที่นี่.]
[ ตีแผ่สมมติ และ อัตตา กดดูที่นี่... ]
((เหตุปัจจัยของการเกิดและดับของทุกข์))
(( นันทิ สะพานเชื่อม ทุกข์ กดดูที่นี่...))
(( สติ ตัดวงจรกิเลสอย่างไร? กดดูที่นี่....))
(( แก่นมรรคตีแผ่กิเลสทั้งปวง กดดูที่นี่...))
(( เห็นธรรม เห็นทุกข์ กดดูที่นี่..))
(( อริยสัจ 4 กดดูที่นี่....))
(( ตีแผ่ขันธ์ 5 กดดูที่นี่..))
(( สติปัฏฐาน 4 กดดูที่นี่... ))
(( รู้จัก สัมมาทิฏฐิ และ มิจฉาทิฏฐิ กดดูที่นี่...))
(( วิธีการฝึก สติ สมาธิ ปัญญาหรือวิธีสร้างแก่นมรรค กดดูที่นี่...))
[ ตีแผ่อนัตตาคืออะไร??? ]
[ ตีแผ่อัตตาคืออะไร??? ]
[ อัตตา อุปาทาน อนัตตา กดดูที่นี่... ]
(( เห็นทุกข์ เห็นธรรม เห็นปัญหา เห็นปัญญา ))
(( เหตุปัจจัย และ การสร้างเหตุปัจจัย ))
(( วิธีการละนันทิด้วยแก่นมรรค ))
((ทุกข์คืออะไร? ทุกข์มาจากไหน? ดับทุกข์ทำอย่างไร?))
(( วิชชาคืออะไร? อวิชชาคืออะไร? กดดูที่นี่..))
(( การใช้แก่นมรรคดับ..โลภ โกรธ หลง(อกุศลมูล) กดดูที่นี่...))
((( อยู่อย่างผู้มี..วิชชา(ปัญญา) กดดูที่นี่..)))
(( อกุศลธธรมหรืออกุศลเจตสิกที่ทำให้เป็นทุกข์ กดดูที่นี่..))
(( กุศลธรรมที่ใช้ในการดับทุกข์ กดดูที่นี่...))
(( ตีแผ่สมมติและอัตตา ตัวที่ทำให้เกิดทุกข์ กดดูที่นี่..))
Translate: Please go to the sub-menu on your left.
翻译:请前往您左侧的子菜单。