แก่นมรรค( สติ สมาธิ ปัญญา )ช่วยแก้ปัญหาให้กับมนุษย์ทุกๆคน

สติ สมาธิ ปัญญา( แก่นมรรค )แก้ปัญหาทุกๆชนิดให้กับมนุษย์ทุกๆคนบนโลกใบนี้ ธรรมชาติได้มอบ สติ สมาธิ ปัญญา มาให้มนุษย์ตั้งแต่แรกเกิดแล้ว เพื่อใช้ในการดำรงชีวิตและแก้ปัญหาทุกๆอย่าง รวมทั้งปัญหาการดับทุกข์ ซึ่งพระพุทธเจ้าได้นำไปใช้ในการดับทุกข์เป็นคนแรกของโลก พระพุทธเจ้ารู้แจ้งซึ่งอริยสัจ 4 ก็ใช้ สติ สมาธิ ปัญญา ซึ่งในที่นี้ขอเรียกว่า...แก่นมรรค...(เพราะอยู่ในอริยมรรคมีองค์ 8 )
วันนี้ท่านได้ใช้..แก่นมรรค..เต็มประสิทธิภาพหรือยัง?
แก่นมรรคจะช่วยท่านลดปัญหาและลดทุกข์ได้....
ปัญหาทุกๆชนิด(รวมทั้งการดับทุกขฺ์)ล้วนมาจากการใช้...แก่นมรรค...ไม่เต็มประสิทธิภาพสูงสุด
1. ปัญหา (Problem) = สภาวะหรืออุปสรรคที่ขัดขวางเป้าหมาย
2. ความทุกข์ (Suffering) = ประสบการณ์ทางกายหรือใจที่เกิดจากการเผชิญปัญหา ความสูญเสีย หรือความไม่พอใจต่อความเป็นจริง
ปัญหาเป็น "เหตุการณ์หรือเงื่อนไข"
ความทุกข์เป็น "ประสบการณ์ที่จิตรับรู้ต่อเหตุการณ์นั้น"
บางคนมีปัญหามากแต่ทุกข์น้อย บางคนมีปัญหาน้อยแต่ทุกข์มาก จะมีความแตกต่างกัน
สติ สมาธิ ปัญญา แก้ปัญหาความยากจนได้อย่างไร?
สามารถแบ่งเป็น 10 ชั้นใหญ่ดังต่อไปนี้. -
การนำแก่นมรรคมาใช้ในการดับทุกข์ประจำวัน
มีสติ = รู้ทัน
มีสมาธิ = ไม่หวั่นไหว
มีปัญญา = เห็นตามความจริง
เมื่อเห็นตามความจริง ความยึดติดลดลง ความทุกข์จึงคลายลง
ขั้นที่ 1 : ใช้สติ
หน้าที่ของสติคือ
"รู้ตัวในปัจจุบัน"
ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ให้สังเกต
- กายกำลังทำอะไร
- ใจกำลังรู้สึกอะไร
- กำลังคิดอะไร
ตัวอย่าง
เมื่อโกรธ
อย่าเพิ่งแก้ปัญหา
ให้รู้ก่อนว่า
- ตอนนี้โกรธ
- ใจร้อน
- อยากโต้กลับ
แค่รู้ชัดๆ
ความโกรธจะเริ่มอ่อนกำลังลง
คำถามสติที่ใช้ได้ทุกสถานการณ์
- ตอนนี้กำลังเกิดอะไรขึ้น
- ใจกำลังรู้สึกอะไร
- กำลังคิดอะไรอยู่
- สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นข้อเท็จจริง หรือเป็นการตีความ
ขั้นที่ 2 : ใช้สมาธิ
เมื่อรู้แล้ว
อย่ารีบตอบสนอง
ให้ตั้งจิตให้นิ่งก่อน
วิธีง่ายที่สุด
- รู้ลมหายใจ
- รู้การเดิน
- รู้การเคลื่อนไหวของร่างกาย
แม้เพียงไม่กี่วินาที
จิตจะเริ่มกลับมาอยู่กับตัวเอง
ตัวอย่าง
ได้รับข้อความที่ทำให้โมโห
ปกติ
- ตอบทันที
แต่ถ้ามีสมาธิ
- อ่าน
- วางโทรศัพท์
- อยู่กับลมหายใจ
จากนั้นค่อยตอบ
ชีวิตจะเปลี่ยนมาก
หน้าที่ของสมาธิ
- ลดความฟุ้งซ่าน
- ลดแรงกระแทกของอารมณ์
- ทำให้จิตตั้งมั่น
ขั้นที่ 3 : ใช้ปัญญา
หลังจากใจเริ่มนิ่ง
จึงค่อยพิจารณา
ปัญญาชั้นที่ 1 : เห็นเหตุและผล
ถามตัวเองว่า
- ทุกข์เพราะอะไร
- อะไรคือสาเหตุจริง
เช่น
ทุกข์เรื่องงาน
ลึกลงไปอาจเป็น
- กลัวล้มเหลว
- กลัวถูกปฏิเสธ
- กลัวเสียภาพลักษณ์
ปัญญาชั้นที่ 2 : เห็นความไม่เที่ยง
สิ่งที่กำลังทุกข์อยู่
- ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป
- เปลี่ยนแปลงได้
- ไม่คงอยู่ตลอดไป
ทั้ง
- ความสุข
- ความทุกข์
- ความสำเร็จ
- ความล้มเหลว
ปัญญาชั้นที่ 3 : เห็นความไม่อาจควบคุมทุกอย่าง
หลายเรื่อง
เราเลือกไม่ได้
เช่น
- คนอื่นคิดอย่างไร
- ใครจะรักเรา
- ใครจะเกลียดเรา
- ความแก่
- ความเจ็บป่วย
- ความตาย
เมื่อเห็นชัด
จะเลิกเสียพลังกับสิ่งที่ควบคุมไม่ได้
วิธีใช้ในชีวิตจริง
เวลาโกรธ
สติ
- รู้ว่าโกรธ
สมาธิ
- ไม่ตอบทันที
ปัญญา
- เห็นว่าอารมณ์เป็นของชั่วคราว
เวลาเครียดเรื่องเงิน
สติ
- รู้ว่ากังวล
สมาธิ
- ตั้งจิตให้สงบก่อน
ปัญญา
- แยกสิ่งที่แก้ได้กับแก้ไม่ได้
เวลาเสียใจ
สติ
- รู้ว่าเสียใจ
สมาธิ
- ไม่จมกับความคิดซ้ำๆ
ปัญญา
- เห็นว่าการสูญเสียเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต
เวลาได้รับคำชม
สติ
- รู้ว่ากำลังพอใจ
สมาธิ
- ไม่หลงไปกับคำชม
ปัญญา
- เห็นว่าชื่อเสียงไม่ถาวร
สูตรสั้นที่สุด
เมื่อทุกข์เกิดขึ้น ให้ถาม 3 ข้อ
1. สติ "ตอนนี้กำลังเกิดอะไรขึ้น"
2. สมาธิ "จะอยู่กับสิ่งนี้โดยไม่ถูกมันพัดพาได้ไหม"
3. ปัญญา "ความจริงของเรื่องนี้คืออะไร"
สรุปแก่นที่สุดของการดับทุกข์
คนส่วนใหญ่มักพยายามดับทุกข์ด้วยการ
- เปลี่ยนคนอื่น
- เปลี่ยนสถานการณ์
- เปลี่ยนโลก
แต่แก่นมรรคชี้ให้เห็นว่า....จุดที่เราจัดการได้มากที่สุดคือ "วิธีที่จิตรับรู้และตอบสนองต่อโลก"
เมื่อมีสติ จิตจะไม่หลงไปตามอารมณ์
เมื่อมีสมาธิ จิตจะไม่หวั่นไหวเกินจำเป็น
เมื่อมีปัญญา จิตจะเห็นความจริงตามที่เป็น
และเมื่อความยึดติด ความหลง และการต่อต้านความจริงค่อย ๆ ลดลง ความทุกข์ก็จะค่อย ๆ เบาบางลงตามลำดับ แม้โลกภายนอกจะยังมีปัญหาอยู่เหมือนเดิมก็ตาม
(( วิธีการฝึก สติ สมาธิ ปัญญาหรือแก่นมรรค กดดูที่นี่...))
(( จิตว่าง กดดูที่นี่....))
(( วิธีการละนันทิด้วยแก่นมรรค ))
((ทุกข์คืออะไร? ทุกข์มาจากไหน? ดับทุกข์ทำอย่างไร?))
(( วิชชาคืออะไร? อวิชชาคืออะไร? กดดูที่นี่..))
(( การใช้แก่นมรรคดับ..โลภ โกรธ หลง(อกุศลมูล) กดดูที่นี่...))
((( อยู่อย่างผู้มี..วิชชา(ปัญญา) กดดูที่นี่..)))
(( อกุศลธธรมหรืออกุศลเจตสิกที่ทำให้เป็นทุกข์ กดดูที่นี่..))
(( กุศลธรรมที่ใช้ในการดับทุกข์ กดดูที่นี่...))
(( ตีแผ่สมมติและอัตตา ตัวที่ทำให้เกิดทุกข์ กดดูที่นี่..))