Translate into your language: Please go to the sub-menu at the very bottom.

เชื้อโรคอวิชชาที่มนุษย์ทุกๆคนเป็นโรคนี้มาโดยกำเนิดแบบข้มภพข้ามชาติ

อวิชชาคือเชื้อโรคร้ายที่อันตรายมากที่สุดของมนุษย์ทุกๆคนในโลกนี้ 

“คุณกำลังรักษา ‘โรคจิตตก’ หรือกำลัง ‘เติมเชื้อโรคร้าย’ โดยไม่รู้ตัว?” 

มนุษย์ 99% ในโลกรวมถึงผู้ปฏิบัติธรรมจำนวนมากกำลังถูกหลอกให้ “เอาอวิชชาไปกวาดบ้านอวิชชา” ยิ่งพยายามดับความเครียด ยิ่งเครียด ยิ่งพยายามละกิเลส ตัวตนยิ่งหนามากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งนั่งสมาธิหาความสงบ ยิ่งสร้าง “ผู้รู้” ขึ้นมาบดบังตาจนมองไม่เห็นสัจธรรม! 

ความจริงอันน่าตกใจของเชื้อโรคอวิชชาที่แพร่กระจายคือ: 

โรควิตกกังวล-โรคซึมเศร้า-โรคนอนไม่หลับ ไม่ใช่โรคทางกาย แต่คือ “แผลเหวอะหวะ” ที่เกิดจาก เชื้อโรคอวิชชา แฝงตัวในมโนผัสสะ

การกระทำและคำพูดร้ายๆ ที่ทำลายชีวิตตนเองและคนรอบข้าง ล้วนมาจากกระแสจิตที่ติดเชื้ออวิชชาจนบิดเบือนสัจธรรม

เส้นผมบังภูเขาที่เนียนที่สุด คือความรู้สึกว่า “มีเรา เป็นเรา” (อัสมิมานะ) แอบสวมรอยอยู่ในทุกๆ การกระทำ แม้กระทั่งในขณะที่คุณคิดว่าตัวเองกำลัง “ปฏิบัติธรรม” 

หมอที่เก่งที่สุดในโลกอย่างพระพุทธเจ้า วาง “ยาขนานเอก” ไว้ให้ตรงหน้าเกิน 2,500 ปี... แต่ทำไมคุณถึงยังทนดักดานป่วยอยู่กับความทุกข์ซ้ำๆ? 

หยุดเอาตัวตนไปวิ่งไล่แก้ที่ปลายเหตุ! หากคุณพร้อมจะกระชากหน้ากากเชื้อโรคร้ายที่ซ่อนอยู่ในใจ และเปิดตาดู “กลไกยารักษา” ที่ดับทุกข์ได้จริงตรงหน้าผัสสะ

บทความนี้อาจจะเปลี่ยนชีวิตและวิธีคิดของคุณทันที

มนุษย์ทุกๆคนที่เกิดมาบนโลกใบนี้ ล้วนมีโรคอวิชชาติดตัวกันมาทุกๆคน และจะติดตัวอย่างนี้ไปตลอดแบบข้ามภพข้ามชาติหมุนเวียนซ้ำซากไปแบบไม่มีที่สิ้นสุด ตราบใดที่ยังดับโรคอวิชชานี้ไม่ได้ โรคอวิชชาอันตรายมากกว่าโรคทุกๆชนิดในมนุษย์ โรคอวิชชารักษาได้หรือไม่ คำตอบคือได้ พระพุทธเจ้าและเหล่าสาวกพระอรหันต์ท่านผ่านการรักษามาเรียบร้อยแล้ว และได้เขียนตำราวิธีรักษาไว้ในพระไตรปิฎกเรียบร้อยแล้ว เพียงแต่ใครคิดจะรักษาโรคอวิชชาหรือไม่เท่านั้น ผู้ที่อยากจะทุกข์ซ้ำซากเวียนว่ายตายเกิดซ้ำซากก็จะไม่คิดจะรักษาใดๆทั้งสิ้น แต่สำหรับผู้ที่ตื่นรู้ไม่อยากจะทุกข์แล้วทุกข์อีกแบบข้ามภพข้ามชาติและไม่มีที่สิ้นสุดก็จะทำการรักษาตามที่พระพุทธเจ้าท่านสอนไว้ในตำราพระไตรปิฎก มนุษย์ผู้ที่ฉลาดจะเลือกวิธีรักษาโรคอวิชชาด้วยการตัดสินใจของตนเอง เพราะเขาเห็นการเกิดก็เป็นทุกข์ การแก่ก็เป็นทุกข์ การเจ็บป่วยก็เป็นทุกข์ การพลัดพราก การไม่สมหวังก็เป็นทุกข์ 

เจาะลึก “เชื้อโรคอวิชชา” ต้นตอแห่งความทุกข์ในมนุษย์ทุกๆคน 

มนุษย์เราจำนวนมากกำลังเผชิญหน้ากับโรควิตกกังวล โรคซึมเศร้า โรคเครียด โรคนอนไม่หลับ ตลอดจนปัญหาความสัมพันธ์และทุจริตต่างๆ ในสังคม โดยหารู้ไม่ว่า ความเจ็บปวดและกิเลสน้อยใหญ่เหล่านั้น ไม่ได้เกิดขึ้นมาลอยๆ แต่มีต้นตอหลักมาจากสิ่งเดียวกัน นั่นคือ "เชื้อโรคอวิชชา"( ความไม่รู้จริงในวิชชา )มันก่อโรคมากมายตามที่กล่าวมาข้างต้น

เชื้อโรคอวิชชาคืออะไร? และทำงานอย่างไร?

อวิชชา คือความไม่รู้ตามความเป็นจริงของธรรมชาติ เชื้อโรคชนิดนี้ทำหน้าที่อย่างคมคายและแฝงตัวอยู่อย่างกลมกลืนที่สุดในระบบจิตใจของมนุษย์ทุกๆคน :

อวิชชาแฝงตัวในมโนผัสสะ :

มันเข้าบิดเบือนการรับรู้ ทำให้จิตเห็นว่าธรรมทั้งหลายเป็น "ตัวเรา-ของเรา"

เจริญเติบโตด้วย นันทิ เมื่อเกิดผัสสะและเวทนา :

เชื้อโรคอวิชชานี้ขยายพันธุ์ด้วยความเพลิดเพลิน (นันทิ) ในเวทนา ยิ่งจิตเข้าไปปรุงแต่ง ยิ่งทำให้เชื้อฝังรากลึกและกลายพันธุ์(กิเลสน้อยใหญ่)ไปเรื่อยๆ

กลายพันธุ์เป็นโรคทางใจและทุจริต 3 :

เมื่อยึดถือในอนาคตที่ควบคุมไม่ได้ จึงกลายเป็น โรควิตกกังวลและโรคเครียด

เมื่อจมแช่อยู่กับเวทนาลบในอดีต จึงกลายเป็น โรคซึมเศร้า

เมื่อยึดติดในความคิดที่ไม่ยอมปล่อยวาง จึงกลายเป็น โรคนอนไม่หลับ

เมื่อเชื้อโรคลุกลามจากมโนผัสสะ ย่อมสั่งการให้เกิด มโนทุจริต วจีทุจริต และกายทุจริต สร้างความเบียดเบียนทั้งแก่ตนเองและผู้อื่นติดตามมา

จุดที่เนียนที่สุด : "อัสมิมานะ" (เส้นผมบังภูเขา) สิ่งที่ทำให้เชื้อโรคร้ายอวิชชาทำลายยากที่สุด คือการที่มันสร้างทิฏฐิผิดๆและ"อัสมิมานะ" หรือความสำคัญมั่นหมายว่า “มีเรา-เป็นเรา” แฝงอยู่ในจิตตลอดเวลา แม้กระทั่งในผู้ปฏิบัติธรรม มันก็หลอกให้สร้าง "ตัวเราผู้ไปปฏิบัติ" หรือ "ตัวเราผู้เจริญสติ" เข้าไปควบคุม ซึ่งเป็นการเอาอวิชชาไปกวาดบ้านอวิชชา มนุษย์จึงทนจมอยู่กับเชื้อโรคนี้เพราะคิดว่าตนเองเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับมัน(ยอมตกเป็นเหยื่อและเป็นทาสของอวิชชา)

ยารักษาโรคอวิชชา (อริยมรรค) พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงวางตำรายาและประทาน "ยาขนานเอก" ไว้ให้แก่มวลมนุษยชาติแล้วอย่างสมบูรณ์แบบ:

ยารักษาการแพร่เชื้อภายนอก: สัมมากัมมันตะ สัมมาอาชีวะ (รักษากายทุจริต) และสัมมาวาจา (รักษาวจีทุจริต)

ยารักษาต้นทางความคิด : สัมมาทิฏฐิ และสัมมาสังกัปปะ (รักษามโนทุจริต)

ยารวมสรรพคุณ (มรรคสมังคี) : คือการประชุมรวมกันของ สติ-สมาธิ-ปัญญา (โยนิโสมนสิการ) ที่ทำงานพร้อมกันตรงจุด "ผัสสะ"

กลไกการทำงานของยารักษาตรงผัสสะ เมื่อมรรคสมังคีเกิดขึ้นตรงผัสสะ กลไกการรักษาจะทำงานทันที:

1. สติในผัสสะ : ดักจับ ไม่ให้เชื้ออวิชชาที่ผัสสะหลุดรอดไปเป็นการปรุงแต่ง

2. สมาธิตั้งมั่น : เป็นฐานนิ่ง ไม่ให้จิตแกว่งไกวไปตามแรงดึงดูดของเวทนา

3. โยนิโสมนสิการ : ส่องให้เห็นแจ้งว่า “ธรรมทั้งหลายทำกิจของตนเอง เป็นอนัตตา ไม่ใช่ตัวเรา-ของเรา”

เมื่อ สัมมาทิฏฐิ(วิชชา) ทำงาน โมหเจตสิก (ตัวเชื้อโรค) จะถูกสลายไป นันทิราคะไม่สามารถก่อตัวเป็นตัณหาและอุปาทานได้ วงจรแห่งความทุกข์จึงถูกตัดขาดลงตรงหน้าผัสสะนั้นเอง

 การนำแก่นมรรค( สติ สมาธิ ปัญญา )มารักษาเชื้อโรคอวิชชา

การนำแก่นมรรคมาทำการรักษาโรคอวิชชา จำเป็นต้องมีศีลที่บริบูรณ์เป็นบาทฐานก่อนเป็นอันดับแรก การเจริญ สติ สมาธิ ปัญญา(แก่นมรรค)จะทำได้ดียิ่งขึ้น ทุกๆคนล้วนมี สติ สมาธิ ปัญญา อยู่ในตัวเองกันทุกๆคน เพียงแต่เป็น สติ สมาธิ ปัญญา ระดับพื้นๆธรรมดาๆเท่านั้นเอง ไม่สามารถนำมารักษาเชื้อโรคร้ายอย่างอวิชชาได้ จะต้องทำการฝึกฝน สติ สมาธิ ปัญญา(แก่นมรรค)อย่างเข้มข้นและต่อเนื่องสม่ำเสมอจนแก่นมรรคกล้าแกร่งจึงจะนำไปใช้ในการรักษาโรคอวิชชาได้ในปัจจุบันขณะจิต ในการนำแก่นมรรค(สติ สมาธิ ปัญญา)ไปใช้รักษาโรคอวิชชานั้น จะเน้นในปัจจุบันขณะเป็นหลัก ท่านจะต้องมี สติ สมาธิ ปัญญา ในทุกขณะจิต(เจริญแก่นมรรคในทุกขณะจิต)จึงจะสามารถเอาชนะและกำจัดอวิชชาในปัจจุบันขณะจิตได้ สำหรับการฝึกแก่นมรรคได้วางไว้แล้วในเว็บไซต์นี้(ดูจากลิ้งค์ด้านล่าง) การนำมรรคสมังคีไปใช้ก็ได้นำเสนอไว้เรียบร้อยแล้ว 

 

     ลิ้งค์ที่น่าสนใจกดดูอ่านได้เลย

(( ความลับดับทุกข์ในขณะจิตเดียว )) 

(( มรรคสมังคีมีความสำคัญอย่างไร??? )) 

(( ความรู้และความเข้าใจในแก่นมรรค )) 

(( วิชชา ดับกิเลสอวิชชาได้อย่างไร? ))
(( วิชชา ดับกิเลสอวิชชาในปัจจุบันขณะจิต))
 
 

(( วิธีฝึกวิชชาแก่นมรรค(สติ สมาธิ ปัญญา ))

[ การปรุงแต่งกุศลเจตสิกเพื่อดับทุกข์ ดูที่นี่.. 

[ สัมมาทิฏฐิคืออะไร? มิจฉาทิฏฐิคืออะไร? ดูที่นี่.]  

[  ตีแผ่สมมติ และ อัตตา กดดูที่นี่... ]  

((เหตุปัจจัยของการเกิดและดับของทุกข์))  

(( นันทิ สะพานเชื่อม ทุกข์ กดดูที่นี่...))
(( สติ ตัดวงจรกิเลสอย่างไร? กดดูที่นี่....))
(( แก่นมรรคตีแผ่กิเลสทั้งปวง กดดูที่นี่...))  

((  เห็นธรรม เห็นทุกข์ กดดูที่นี่..))
(( อริยสัจ 4  กดดูที่นี่....))
((  ตีแผ่ขันธ์ 5 กดดูที่นี่..))
(( สติปัฏฐาน 4 กดดูที่นี่... ))
((  รู้จัก สัมมาทิฏฐิ และ มิจฉาทิฏฐิ กดดูที่นี่...))

(( วิธีการฝึก สติ สมาธิ ปัญญาหรือวิธีสร้างแก่นมรรค กดดูที่นี่...))  

  [  ตีแผ่อนัตตาคืออะไร???
  [ 
 ตีแผ่อัตตาคืออะไร??? ] 
 

[  อัตตา  อุปาทาน  อนัตตา  กดดูที่นี่...  ]  

(( เห็นทุกข์ เห็นธรรม เห็นปัญหา เห็นปัญญา ))
(( เหตุปัจจัย และ การสร้างเหตุปัจจัย ))  

    ((  จิตว่าง  กดดูที่นี่....))  

(( วิธีการละนันทิด้วยแก่นมรรค )) 

((ทุกข์คืออะไร? ทุกข์มาจากไหน? ดับทุกข์ทำอย่างไร?))  

(( วิชชาคืออะไร? อวิชชาคืออะไร? กดดูที่นี่..))   

(( แก่นมรรคธรรมะขั้นพื้นฐานในการดำเนินชีวิตของมนุษย์ทุกๆคน ))

(( การใช้แก่นมรรคดับ..โลภ โกรธ หลง(อกุศลมูล) กดดูที่นี่...))
 

 ((( อยู่อย่างผู้มี..วิชชา(ปัญญา) กดดูที่นี่..)))

(( อกุศลธธรมหรืออกุศลเจตสิกที่ทำให้เป็นทุกข์ กดดูที่นี่..))

     (( กุศลธรรมที่ใช้ในการดับทุกข์ กดดูที่นี่...))

(( ตีแผ่สมมติและอัตตา ตัวที่ทำให้เกิดทุกข์ กดดูที่นี่..))
 

 

 

 

 

 

Translate: Please go to the sub-menu on your left.

翻译:请前往您左侧的子菜单。 

Visitors: 13,638