ทำอย่างไรจะไม่มีทุกข์ ทำอย่างไรจิตจึงจะไม่มีทุกข์ จิตไม่มีทุกข์

ทำอย่างไรจะไม่มีทุกข์???
ถ้าตอบแบบกำปั้นทุบดิน ก็ต้องตอบว่า...
ต้องไม่มีการเกิดแบบถาวรโดยสิ้นเชิง
ซึ่งผู้ที่จะทำได้มีเพียง...พระอรหันต์..เท่านั้น
ทุกข์คืออะไรกันแน่?
เพื่อไม่ให้จิตหลงเข้าใจผิดในสมมติ เราต้องแยก "ทุกข์" ออกเป็นระดับให้ชัดเจน เพื่อให้เห็นสัจจะตามความเป็นจริงในทุกข์อย่างชัดเจน ทุกข์มาจาก รูปธรรม(ทางรูปกาย) และ นามธรรม(ทุกข์ที่เกิดขึ้นจากการปรุงแต่งทางจิตใจ) ทุกข์จึงเกิดมาจาก 2 ทางนี้เท่านั้น
ทุกข์คืออะไร?
โดยสมมติ (ภาษาโลก): ทุกข์คือความไม่สบายกาย ไม่สบายใจ ความเครียด ความผิดหวัง ความเจ็บปวดที่มนุษย์พยายามวิ่งหนี ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้ ตราบใดที่ยังเกิดมาเป็นสัตว์ ต้องมีการ..เกิด แก่ เจ็บ ตาย...ตามลำดับ ซึ่งการเกิด ก็เป็นทุกข์ การแก่ก็เป็นทุกข์ การเจ็บป่วยก็เป็นทุกข์ การตายก็เป็นทุกข์ แล้วจะเกิดมาทุกข์ทำไม???
โดยสัจจะ (ภาษาธรรม/แก่นแท้): ทุกข์คือ "สภาวะที่ทนอยู่ได้ยาก" ถูกบีบคั้นด้วยความไม่เที่ยง (อนิจจัง) และมีความเป็น อนัตตา คือไม่มีตัวตนไหนไปบังคับบัญชาหรือเป็นเจ้าของมันได้เลย ทุกสรรพสิ่งรวมถึงจิตที่ถูกปรุงแต่งล้วนตกอยู่ใต้โครงสร้างของทุกข์นี้ทั้งสิ้น( ไตรลักษณ์ )
ทุกข์มีกี่ชนิดหรือกี่ประเภท?
หากแบ่งตามธรรมชาติการรับรู้ สามารถแยกออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ:
1. สภาวทุกข์ (ทุกข์ประจำ): ทุกข์ที่เกิดมาพร้อมขันธ์ 5 หลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่น ความเกิด ความแก่ ความเจ็บ ความตาย ทุกข์จากการเจ็บป่วยก็ต้องรักษาตามอาการ ส่วนทุกข์จากการแก่และจาการตาย ไม่มีใครรักษาให้ได้ เกิดขึ้นกับทุกๆชีวิต
ท่านรู้หรือไม่ว่า..ทุกข์ประจำ(ทุกข์จากรูปธรรม)ที่เกิดจาก...การแก่ การเจ็บป่วย การตาย...ก็กลายไปเป็น..ตัณหา(ทุกข์)ได้เช่นกัน( วิภวตัณหา ) การไม่อยากแก่ ไม่อยากเจ็บป่วย ไม่อยากจะตาย ก็เป็นตัณหาชนิดหนึ่งใน 3 ชนิด คือ วิภวตัณหา นั่นเอง
2. ปกิณณกทุกข์ (ทุกข์จร): ทุกข์ที่หมุนเวียนเข้ามาตามเหตุปัจจัย เช่น ความโศกเศร้า ความพลัดพรากจากสิ่งที่เป็นที่รัก การประสบกับสิ่งที่ไม่เป็นที่รัก หรือความผิดหวังไม่สมปรารถนาต่างๆอันนำมาซึ่งความทุกข์ใจ
ทุกข์ทางกาย กับ ทุกข์ทางใจ แตกต่างกันอย่างไร?
ความแตกต่างนี้คือจุดเริ่มต้นของการแยกแยะสมมติออกจากกัน :
| คุณลักษณะ | ทุกข์ทางกาย (กายิกทุกข์) | ทุกข์ทางใจ (เจตสิกทุกข์) |
| เหตุเกิด | เกิดจากความบกพร่องของธาตุ 4 (รูปขันธ์) เช่น โรคภัย, อุบัติเหตุ, ความหิว, ความร้อน/เย็น | เกิดจาก มโนผัสสะ ที่เข้าไปรับรู้ แล้วเกิด นันทิ (ความเพลิน/ความทะยานอยาก) ปรุงแต่งต่อเป็นความขัดเคืองหรือความเสน่หากลายไปเป็นกิเลสตัณหา |
| ธรรมชาติ | เป็นธรรมชาติของกาย สัตว์โลกหรือแม้แต่พระอรหันต์ก็ยังต้องมีทุกข์กายตราบใดที่ยังไม่เบญจขันธ์ดับ | เป็นทุกข์ที่สร้างขึ้นใหม่ในจิตใจ มีลักษณะบีบคั้น จิตหลงเข้าไปยึดมั่นถือมั่น ยิดติดในรูปและนาม |
| การจัดการ | บรรเทาได้ด้วยปัจจัย 4 (อาหาร, ยา, การพักผ่อน) | ดับได้ด้วย ปัญญา ที่เห็นแจ้งตามความเป็นจริงเท่านั้น |
ทุกข์ในอริยสัจ 4 แตกต่างจากทุกข์ทั่วๆ ไปอย่างไร?
ทุกข์แบบทั่วๆไป : คือความรู้สึกแย่ๆ (ทุกขเวทนา) เช่น อกหัก ตกงาน ปวดหัว ซึ่งคนทั่วไปมองว่าเป็น "สิ่งเลวร้ายที่ต้องวิ่งหนีหรือหาความสุขอื่นมากลบ"
ทุกข์ในอริยสัจ 4 : ไม่ใช่แค่ความรู้สึก แต่คือ "การรวมตัวกันของขันธ์ 5" (อุปาทานขันธ์ 5) เป็นความจริงอันประเสริฐ (สัจธรรม) ที่ปัญญาชนต้องเข้าไป "รู้เท่าทัน" ไม่ใช่มีไว้ให้วิ่งหนี แต่มีไว้ให้ศึกษาจนเห็นว่ามันเป็นอนัตตา ไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตน ด้วย วิชชาหรือปัญญา เท่านั้น
การเกิดขึ้นของทุกข์ (ทุกข์เกิด) และเหตุปัจจัย
ทุกข์ เป็นนามธรรม เกิดขึ้นมาจากการปรุงแต่ง ไม่ได้เกิดขึ้นมาแบบลอยๆ ทุกข์มาจากเหตุปัจจัยที่ปรุงแต่งขึ้นมาในขันธ์ 5 สังขารในส่วนของ อกุศลเจตสิก เป็นตัวปรุงแต่งทุกข์ขึ้นมาในจิตใจของมนุษย์ อกุศลเจตสิกจะปรุงแต่ง..กิเลส ตัณหา อุปาทาน...
ทุกข์เกิดขึ้นแบบลอยๆ โดยไม่มีเหตุและผลได้หรือไม่?
คำตอบคือ ไม่ได้เด็ดขาด ทุกข์ไม่ได้เกิดจากพระเจ้าดลบันดาล ไม่ได้เกิดจากดวงชะตา และไม่ได้เกิดขึ้นมาแบบลอยๆ แบบสุ่ม แต่ทุกข์เกิดขึ้นตามกฎ อิทัปปัจจยตา — "เมื่อสิ่งนี้มี สิ่งนี้ย่อมมี เพราะสิ่งนี้เกิด สิ่งนี้จึงเกิด" ทุกข์ทุกๆชนิดมีวิศวกรรมการก่อตัวและมีโครงสร้างเหตุและผลรองรับเสมอ
ทำอย่างไรจิตจึงจะไม่มีทุกข์ ???
ถ้าตอบแบบกำปั้นทุบดิน ก็ต้องบอกว่า...จิตที่ดับแบบถาวรเท่านั้น จึงจะไม่รับรู้เรื่องทุกข์ได้ เพราะขนาดพระพุทธเจ้าและพระอรหันต์ ยังมีการรับรู้ทุกข์ทางกาย เจ็บไข้ป่วยยังมีอยู่ แต่ท่านไม่มีทุกข์ทางใจ(ใจไม่ทุกข์ตามกาย) เพราะรูปกายจะไม่รับรู้การเจ็บป่วย จิตเป็นหน่วยรับรู้ทุกข์จากการเจ็บป่วยทางกาย ดังนั้น ปุถุชนจึงรับทุกข์แบบเต็มๆ
(( รออัพเดทเร็วๆนี้ ))
[ สัมมาทิฏฐิคืออะไร? มิจฉาทิฏฐิคืออะไร? ดูที่นี่.]
[ ตีแผ่สมมติ และ อัตตา กดดูที่นี่... ]
(( นันทิ สะพานเชื่อม ทุกข์ กดดูที่นี่...))
(( สติ ตัดวงจรกิเลสอย่างไร? กดดูที่นี่....))
(( แก่นมรรคตีแผ่กิเลสทั้งปวง กดดูที่นี่...))
(( เห็นธรรม เห็นทุกข์ กดดูที่นี่..))
(( อริยสัจ 4 กดดูที่นี่....))
(( ตีแผ่ขันธ์ 5 กดดูที่นี่..))
(( สติปัฏฐาน 4 กดดูที่นี่... ))
(( รู้จัก สัมมาทิฏฐิ และ มิจฉาทิฏฐิ กดดูที่นี่...))
(( วิธีการฝึก สติ สมาธิ ปัญญาหรือวิธีสร้างแก่นมรรค กดดูที่นี่...))
[ ตีแผ่อนัตตาคืออะไร??? ]
[ ตีแผ่อัตตาคืออะไร??? ]
[ อัตตา อุปาทาน อนัตตา กดดูที่นี่... ]
(( เห็นทุกข์ เห็นธรรม เห็นปัญหา เห็นปัญญา ))
(( เหตุปัจจัย และ การสร้างเหตุปัจจัย ))
(( วิธีการละนันทิด้วยแก่นมรรค ))
((ทุกข์คืออะไร? ทุกข์มาจากไหน? ดับทุกข์ทำอย่างไร?))
(( วิชชาคืออะไร? อวิชชาคืออะไร? กดดูที่นี่..))
(( การใช้แก่นมรรคดับ..โลภ โกรธ หลง(อกุศลมูล) กดดูที่นี่...))
((( อยู่อย่างผู้มี..วิชชา(ปัญญา) กดดูที่นี่..)))
(( อกุศลธธรมหรืออกุศลเจตสิกที่ทำให้เป็นทุกข์ กดดูที่นี่..))
(( กุศลธรรมที่ใช้ในการดับทุกข์ กดดูที่นี่...))
(( ตีแผ่สมมติและอัตตา ตัวที่ทำให้เกิดทุกข์ กดดูที่นี่..))